คุณค่า และประสิทธิภาพ ของ Big Data
Big Data จะมีคุณค่า หรือสามารถนำไปใช้ให้เกิด Impact มากน้อยเพียงใด ประเด็นสำคัญ คือ 1) ข้อมูลจะมีคุณค่า หากครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ซึ่งประเทศไทยอาจยังมีปัญหาดังกล่าว เพราะมีคนนอกระบบจำนวนมาก หมายถึง คนที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลใด ๆ เลยของภาครัฐ หรือปัญหา Digital Divide ก็อาจทำให้คนบางกลุ่มยังตกหล่นจาก Data Revolution ระลอกใหม่จาก Digital Transformation ที่ถูกเร่งขึ้น แต่ข้อมูลใหม่ ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นจากการทำมาตรการช่วยเหลือจากวิกฤต COVID-19 ก็อาจทำให้ประเทศเรามีข้อมูลที่ครอบคลุมขึ้นได้ อย่างไรก็ดี มีความจำเป็นที่ประเทศเราจะต้องเร่งสร้าง Data Infrastructure ให้ครอบคลุมระบบเศรษฐกิจนอกระบบให้ดีขึ้น
2) ข้อมูลจะมีคุณค่า หากสามารถเชื่อมโยงระหว่าง ข้อมูลถังต่าง ๆ ได้ “เรามีข้อมูลทะเบียนคนจน แต่คนไม่จนอาจมาลงทะเบียนด้วยก็ได้ ถ้าเราไม่สามารถเชื่อมโยงทะเบียนคนจนนี้กับข้อมูลอื่น ๆ ที่สามารถ Verified ได้ว่า เขาจนจริง ๆ หรือเปล่า หรือทราบได้ว่ามีใครตกหล่นไม่มาลงทะเบียนมากน้อยขนาดไหน” ดร.โสมรัศมิ์ กล่าว “ที่สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เมื่อเราอยากรู้สถานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือนเกษตร ถ้ามองแค่จากทะเบียนเกษตรกร ก็จะเข้าใจแค่ปัญหาการทำเกษตรแต่ถ้าเราต้องการทราบว่า เขามีปัญหาอะไรนอกจากปัญหาการทำการเกษตร ถ้าเราไม่สามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลชุดอื่น เช่น ข้อมูลหนี้สินจาก ธกส. หรือประวัติการประสบภัยพิบัติ มันก็ทำให้เราได้ภาพไม่ครบ ว่าสุดท้ายแล้วจะแก้ปัญหาเกษตรกรต้องแก้อย่างไร ดังนั้น มีความจำเป็นมากที่ฐานข้อมูล Big Data ต้องสามารถทเชื่อมโยงกันได้ เพื่อให้ได้ภาพครบวงจร ถึงปัญหาหาทางเศรษฐกิจของคน ครัวเรือน หรือธุรกิจหนึ่ง ๆ”
3) ข้อมูลจะมีคุณค่า เมื่อเราสามารถนำข้อมูลออกมาให้ภาคส่วนที่ต้องการใช้ให้สามารถใช้ให้ได้ ทั้งผู้ทำนโยบาย ภาควิชาการเพื่อสร้างองค์ความรู้ ภาคเอกชนผู้ทำธุรกิจต่าง ๆ หรือแม้แต่คนทั่วไปเพื่อช่วยในการปรับตัวและตัดสินใจทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ได้ “เพราะฉะนั้นโจทย์สำคัญ ก็คือ จะนำ Big Data มาสร้างเป็น Open Data ได้อย่างไร โดยการ Open จะต้องเปิดข้อมูลที่มีประโยชน์ และยังคงคุณค่าของ Big Data ก็คือ มีความละเอียด รวดเร็ว และครอบคลุมอยู่” ดร.โสมรัศมิ์ อธิบาย “แต่แน่นอนว่า การ Open Data ในระดับละเอียด ลงไประดับคน ระดับครอบครัว มันแลกมากับความสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน การใช้ Big Data จะต้องมีความระแวดระวังมาก ต้องมี Data Governance Policy ที่ดี”
ดร.โสมรัศมิ์ ยกตัวอย่าง Data Governance Policy ของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ กล่าวคือ เวลาทำข้อมูลที่มีละเอียดมาก บรรดาข้อมูลที่บ่งชี้ได้ถึงตัวบุคคลจะมีการนำออกไปทั้งหมด นอกจากนี้ ข้อมูลต่าง ๆ จะได้รับการจัดเก็บในเครื่องที่ล็อกไว้ นักวิจัยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ แต่ไม่สามารถนำข้อมูลที่มีความละเอียดออกไปได้ และสามารถนำไปใช้ได้แต่ข้อมูลที่เป็นผลการศึกษา ไม่ใช่ระดับตัวคน ไม่ใช่ระดับย่อย ๆ
และ 4) สำคัญที่สุด คือข้อมูลจะมีคุณค่า หากเราใช้ข้อมูลเป็น ซึ่งจะต้องอาศัยทั้งศาสตร์ทาง Data Science ในการบริหารจัดการข้อมูล ร่วมกับ Analytical Framework ทางเศรษฐศาสตร์ในการออกแบบแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบโจทย์ทางเศรษฐศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพ
เสริมทัพเศรษฐศาสตร์ด้วย Big Data
โลกใหม่หรือโลกข้างหน้าที่มุ่งไปสู่ความไม่แน่นอน ปัญหาความเปราะบางและปัญหาความเหลื่อมล้ำยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย Big Data กลายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้ทั้งภาครัฐ และภาคธุรกิจ สามารถปรับตัว และเกิดการพัฒนาประเทศได้ดียิ่งขึ้น และดังที่กล่าวข้างต้น Big Data ช่วยให้เข้าใจหน่วยเศรษฐกิจได้ในเชิงลึก รวดเร็ว และครอบคลุม ทั้งยังสามารถ Track ข้อมูลได้ยาวนาน นักเศรษฐศาตร์จึงสามารถนำ Big Data มาใช้แก้ไขปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ได้อย่างรอบด้าน ตรงจุด และทันท่วงที
“แต่ประเด็นที่สำคัญคือ การใช้ Big Data จะต้องคำนึง Data Discrimination เพราะการใช้ Data บางอย่างอาจทำให้คนบางกลุ่มตกหล่น อย่างที่เคยกล่าวว่า ประเทศของเรามีคนที่อยู่นอกระบบค่อนข้างเยอะ ดังนั้น ถ้าเราเอา Big Data มาจากข้อมูลที่เป็น Administrative Data แรงงานนอกระบบที่ไม่ได้อยู่ในฐานภาษี ไม่ได้อยู่ในประกันสังคม ไม่อยู่ในข้อมูลถังไหนเลยของภาครัฐ ก็จะตกหล่นคนบางกลุ่มไป หรือการนำข้อมูล Big Data ที่ส่วนใหญ่เป็น Digital Footprint มาใช้ จะพบปัญหาของคนบางกลุ่มที่เข้าไม่ถึง Digital Technology หรือไม่มี Skill พอที่จะเข้าถึง ถ้านำข้อมูล Digital Footprint มาทำนโยบายภาครัฐหรือนโยบายทางธุรกิจ ก็จะทำให้คนบางกลุ่มตกขบวน” ดร.โสมรัศมิ์ อธิบาย “สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ พยายามคิดดูว่า เราจะสร้าง Big Data ที่ครอบคลุมมากขึ้นอย่างไร เมื่อก่อนเราสร้าง Big Data จาก Top Down คือ จากข้อมูลของภาครัฐ ขณะนี้เรากำลังเริ่มสะสม Big Data ที่มากขึ้นจากวิธี Bottom Up คือ เข้าไปในพื้นที่ ไปนำข้อมูลที่บางครั้งอยู่ในพื้นที่ แต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ หรือเอามาจัดเก็บในระบบของภาครัฐ เอาเข้าไปเสริมให้ได้ Big Data ที่ใหญ่มากขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา Data Discrimination อย่างที่กล่าวไป และสามารถเข้าใจประเด็นปัญหาทางเศรษฐกิจได้ดีมากขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น เราอาจได้ภาพของปัญหาหนี้ครัวเรือนได้ดีมากขึ้นหากเสริมข้อมูลหนี้ในระบบจากเครดิตบูโร ด้วยข้อมูลสินเชื่อรายคนจากสถาบันการเงินกึ่งในระบบ หรือนอกระบบในพื้นที่ เช่น สหกรณ์ หรือกองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น”
นักเศรษฐศาสตร์ และผองเพื่อน
ด้วยบทบาทหน้าที่อันหนักหน่วงของบรรดานักเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะเมื่อต้องนำใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ อย่าง Big Data เพื่อการออกแบบนโยบายและพัฒนาประเทศด้วยแล้ว ดร.โสมรัศมิ์ กล่าวว่า นักเศรษฐศาสตร์อาจต้องมีการ Upskill ให้มีทักษะในการจัดการและวิเคระห์ข้อมูลจาก Statistical Software ที่ใช้กับ Big Data ได้ แต่สำคัญที่สุด คือทักษะพื้นฐานของนักเศรษฐศาสตร์ คือจะต้องมีความเข้าใจในหลักสถิติ และเศรษฐมิติ เพื่อที่จะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและอ่านผลได้ “สำคัญที่สุด คือ Analytical Skill ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของนักเศรษฐศาสตร์อยู่แล้ว อย่างที่บอกว่า Big Data ถ้าจะมีค่าต้องใช้ให้เป็น ต้องสามารถออกแบบได้ว่าจะหมุนข้อมูลในมิติไหนที่จะตอบโจทย์” ดร.โสมรัศมิ์ เสริม “นักเศรษฐศาสตร์ต้องไม่ทิ้งทักษะด้านการบริหารจัดการข้อมูล แต่สำคัญก็คือ จะต้องไม่ทิ้ง Analytical Skill ซึ่งทักษะตรงนี้ จริง ๆ สำคัญกว่าทักษะทางด้านข้อมูลเสียอีก การใช้ Big Data ให้เกิด Impact จริง ๆ จะต้องมีการผสมผสานกันระหว่างนักเศรษฐศาสตร์ ผู้ออกแบบการใช้ กับ Data Scientists ซึ่งเป็นผู้ Implement ให้ตอบโจทย์ตามที่นักเศรษฐศาสตร์ออกแบบ ข้อแนะนำก็คือว่า พยายามคงจุดเด่นของตัวเองเอาไว้ คือ Analytical Skill ซึ่งเป็นศาสตร์ทางด้านเศรษฐศาสตร์”
“ทั้งนี้ บอกก่อนว่า นักเศรษฐศาสตร์ไม่ควรทำงานคนเดียว เพราะปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์เท่านั้น อาจจะเกิดจากปัจจัยทางวิทยาศาสตร์ เช่น Climate Change ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ปัจจัยทางสังคม จิตวิทยา ปัจจัยทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ การแก้ปัญหาทางเศรษฐศาสตร์จะใช้นักเศรษฐศาสตร์คนเดียวไม่ได้ ต้องใช้หลากหลายศาสตร์มาอยู่ด้วยกัน เป็นที่มาว่า การที่จะแก้โจทย์เศรษฐศาสตร์ให้เกิด Impact จะต้องมี Skill ที่หลากหลาย และอีกศาสตร์ที่น่าจะต้องเข้ามาทำงานร่วมกัน ก็คือ Data Scientists” ดร.โสมรัศมิ์ ทิ้งท้าย